26 กุมภาพันธ์ 2021

Morlamfestival

ศูนย์รวมหมอลำที่ใหญ่ที่สุด ครบ จบ ในเว็บเดียว

หมอลำ ไม่มีวันตาย

หมอลำ ไม่มีวันตาย

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาดูความหมายที่ลึกซึ่งของคำว่า หมอลำ ให้เพื่อนๆได้เข้ามาศึกษาและสืบทอดวัฒนธรรมไปจนชั่วลูกชั่วหลานกัน ความหวังและอนาคตของหมอลำ สักวันมันต้องอยู่ที่คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อเจตนารมณ์ให้คงอื่นตลอดไป

หมอลำ ไม่มีวันตาย !! คำว่า “ลำ” มีความหมายสองอย่าง อย่างหนึ่งเป็นชื่อของเรื่อง อีกอย่างหนึ่งเป็นชื่อของการขับร้องหรือการลำ ที่เป็นชื่อของเรื่องได้แก่เรื่องต่างๆ เช่น เรื่องนกจอกน้อย เรื่องท้าวก่ำกาดำ เรื่องขูลูนางอั้ว เป็นต้น เรื่องเหล่านี้โบราณแต่งไว้เป็นกลอน แทนที่จะเรียกว่า เรื่องก็เรียกว่า ลำ กลอนที่เอามาจากหนังสือลำ เรียกว่า กลอนลำ

หมอลำ มาจากคำว่า “หมอ” หมายถึง ผู้มีความชำนาญ และ “ลำ” หมายถึง การบรรยายเรื่องราวต่างๆ ด้วยทำนองไพเราะ หมอลำ จึงหมายถึงผู้ที่มีความชำนาญในการบรรยายเรื่องราวต่างๆ ด้วยทำนองพลงโดยมีการสอดเสียงแคนเข้าไป เพื่อเพิ่มความสนใจของผู้ฟัง เวลาลำก็จะมีคนเป่าแคนคลอเสียงไปด้วย และต้องสร้างเวทีสำหรับลำ ในขั้นแรกนั้นคงจะเป็นลักษณะ “หมอลำพื้น” คือ เล่าเรื่องตามพงศาวดาร ประวัติศาสตร์ นิยายปรัมปรา คือ เล่าเรื่องพื้นเพบ้านของตน หมอลำจะนำผ้าขาวม้าพาดเฉียงไหล่แล้วสมมตินามตามท้องเรื่อง ต่อมาจึงมีการพัฒนาจนเป็นที่นิยมกลายเป็นเพชรน้ำเอกของภาคอีสาน โอกาสที่จะมีการแสดงหมอลำ คือ งานทำบุญให้ทาน งานรื่นเริงในหมู่บ้าน และงานฉลองช่วงออกพรรษา

ลักษณะเด่นเชิงรูปธรรม ความโดดเด่นอยู่ที่เรื่องราวพงศาวดาร ประวัติศาสตร์ นิยายปรัมปรา เรื่องเล่าพื้นบ้านที่หมอลำนำมาลำเป็นบทกลอน มีจังหวะท่วงทำนองและองค์ประกอบอื่นๆ ที่นำมาใช้สื่อสารกับผู้ชมผู้ฟัง

ลักษณะเด่นเชิงนามธรรม นอกจากสร้างความบันเทิงแก่ผู้ฟังแล้ว ยังมีการนำไปใช้รักษาคนไข้อีกด้วย เรียกว่า “ลำผีฟ้าผีชง” เป็นการขอขมาบรรพบุรุษที่เข้ามาสิงสถิตในคนไข้

หมอลำ แต่ละประเภท

หมอแคน คือ ผู้เป่าแคน ผู้ชำนาญในการเป่าแคน
หมอมอ หรือ หมอโหร หรือ หมอดู คือ ผู้ชำนาญในการทำนายโชคชะตา ราศี ดูดวง ฤกษ์งามยามดี
หมอเอ็น คือ ผู้ชำนาญในการบีบนวดเส้นเอ็นตามร่างกาย บางทีเรียก หมอจับเส้น
หมอน้ำมนต์ คือ ผู้ชำนาญในการใช้น้ำมนต์ เป่า เสก
หมอยา คือ ผู้ชำนาญในการใช้สมุนไพร ตำรายารักษาโรค
หมอธรรม คือ ผู้ชำนาญในการใช้วิชา (ธรรม) ในทางไสยศาสตร์
หมอสูตร คือ ผู้ชำนาญในการทำพิธีสูตรต่างๆ เช่น สูตรขวัญ ชาวบ้านอาจเรียก “พ่อพราหมณ์”
หมอเสน่ห์ คือ ผู้ชำนาญในการทำเสน่ห์ ยาแฝด
หมอมวย คือ ผู้ชำนาญในการใช้วิชามวย ต่อย ตี

วิวัฒนาการ หมอลำ

ความเจริญก้าวหน้าของหมอลำ ก็คงเหมือนกับความเจริญก้าวหน้าของสิ่งอื่นๆ เริ่มแรก คงเกิดจากผู้เฒ่าผู้แก่เล่านิทาน นิทานที่นำมาเล่าเกี่ยวกับจารีตประเพณีและศีลธรรม โดยเรียกลูกหลานให้มาชุมนุมกัน ทีแรกนั่งเล่า เมื่อลูกหลานมาฟังกันมากขึ้นจะนั่งเล่าก็ไม่เหมาะ ต้องยืนขึ้นเล่า (เพื่อให้ทุกคนมองเห็นโดยทั่วกัน)

เรื่องที่นำมาเล่าต้องเป็นเรื่องที่มีในวรรณคดี เช่น เรื่องกาฬเกษ สังข์สินชัย เป็นต้น ผู้เล่าเพียงแต่เล่าไม่ออกท่าออกทางก็ไม่สนุก ผู้เล่าจึงจำเป็นต้องยกไม้ยกมือแสดงท่าทางประกอบเป็น พระเอก นางเอก เป็นนักรบ เป็นเสนาอำมาตย์ เป็นตัวตลก รวมทั้งใช้เสียงทุ้ม กังวาล มีความไพเราะ เป็นต้น

เพียงแต่เล่าอย่างเดียวก็ไม่สนุกอีก จึงจำเป็นต้องใช้สำเนียงสั้นยาว ใช้เสียงสูงต่ำประกอบ และหาเครื่องดนตรีประกอบ เช่น กลอง ซุง ซอ ปี่ แคน เพื่อให้เกิดความสนุกครึกครื้น ผู้แสดงมีเพียงแต่ผู้ชายอย่างเดียวดูไม่มีรสชาติเผ็ดมัน จึงจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแสดงประกอบ เมื่อผู้หญิงมาแสดงประกอบจึงเป็นการลำแบบสมบูรณ์ เมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องต่างๆ ก็เกิดตามมา เช่น เรื่องเกี้ยวพาราสี เรื่องชิงดีชิงเด่น ยาด(แย่ง)ชู้ยาดผัวกัน เรื่องโจทย์ เรื่องแก้ เรื่องประชันขันท้า เรื่องตลกโปกฮาก็ตามมา จึงเป็นการลำที่สมบูรณ์แบบ

จากการมีหมอลำชายเพียงคนเดียวค่อยๆ พัฒนาต่อมาจนมีหมอลำฝ่ายหญิง มีเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ เพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งเพิ่มผู้แสดงให้มีจำนวนเท่ากับตัวละครที่มีในเรื่อง มีพระเอก นางเอก ตัวโกง ตัวตลก เสนา อำมาตย์ ครบถ้วน ซึ่งพอจะแบ่งยุคของวิวัฒนาการได้ดังนี้

กลอนลำแต่ละแบบ

วัฒนธรรมอีสานอย่าง “หมอลำ” นี้ได้ผ่านการวิวัฒนาการมาหลายยุคสมัย มีทั้งช่วงที่รุ่งเรือง และตกต่ำ มีวิวัฒนาการมาโดยตลอด ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้มีการพัฒนาทั้งในรูปแบบการแสดง การแต่งกายที่นำสมัย การผสมผสานของเครื่องดนตรีจากแคนตัวเดียวมาผสมเข้ากับเครื่องดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีซ่อนเร้นอยู่คือ ในเนื้อร้องหรือกลอนลำนั้นมักจะมีคำหรือวลีที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสอดแทรก หรือซ่อนเร้นอยู่เสมอ (จะเห็นได้จาก “กลอนเพอะ”) ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้คนจดจำวัฒนธรรมนี้ โดยเฉพาะคนอีสานรุ่นเก่าๆ และชาวบ้านทั่วไปจะมีความชื่นชอบกันมาก แต่ชาวเมืองกรุง หรือคนในถิ่นอื่นๆ อาจมองว่า หยาบโลน บางครั้งก็ถึงขึ้น “ไม่ชอบ” “ไม่ฟัง” ด้วยซ้ำ

“กลอนลำ” มีทั้งกลอนที่แต่งไว้ในวรรณคดีพื้นเมือง (นิทานพื้นบ้าน) กลอนที่แต่งขึ้นใหม่ และกลอนที่หมอลำคิดขึ้นเองขณะลำ เรียกว่า “ด้นสด” กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะการลำคู่ที่มีหมอลำชาย-หญิงเพียงสองคน จะต้องลำถกกันด้วยภูมิรู้ ลำโต้ตอบกันจากหัวค่ำไปยันสว่าง นอกจากจะมีกลอนลำจากครูบาอาจารย์ที่สอนสั่งต่อๆ กันมา ก็จะต้องมีการด้นกลอนสดโต้ตอบฉับพลันขึ้นมาด้วย ไม่ให้เกิดการเพลี้ยงพล้ำแก่กัน

ส่วนใหญ่แล้ว กลอนลำที่ด้นสดขึ้นมาก็มักจะใช้เนื้อความจากเรื่องใน นิทาน วรรณคดี ศาสนา ประวัติศาสตร์ที่สอดแทรกคติธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ และสภาพทางท้องถิ่นเอาไว้ด้วย ในขณะเดียวกัน กลอนลำก็มักสะท้อนความคิด จิตใต้สำนึก บุคลิกภาพ และบทบาทของผู้แต่ง โดยปรากฏออกมาในลักษณะทางตรง และทางอ้อมผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ โดยพื้นฐานของสัญลักษณ์จะเกี่ยวกับเรื่อง การเกิด ความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมักมีเรื่องเพศและอวัยวะเพศปรากฎอยู่ แบ่งย่อยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความหมายถึงอวัยวะเพศ และกลุ่มที่หมายถึงเพศสัมพันธ์ลักษณะต่างๆ

บทความ หมอลำ ไม่มีวันตาย พยายามจะสื่อถึงอนาคตของหมอลำรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่และคงไว้ซึ่งศิลปะที่งดงาม

อ้างอิงจาก : ประตูสู่อีสาน

บทความเพิ่มเติม : เที่ยวใกล้ๆกรุงเทพ ที่ไหนดี , คิวงานคณะหมอลำหนึ่งเพชรเมืองชัย