เสียงที่เบา จนแทบจะไม่มีใครได้ยิน ของ เสียงอิสาน

คณะลูกทุ่งหมอลำระดับประเทศ อย่าง คณะเสียงอิสาน นับวันเสียงยิ่งแผ่วลงไปเรื่อยๆ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจาก ปัญหาเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ที่เข้ามาท่าทายสมาชิกในวงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวิกฤติโควิด-19 และดูเหมือนจะยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คิด ส่งผลต่อความอยู่รอดของ นกน้อย อุไรพร และสมาชิกวง กว่า 400 ชีวิต ที่ต้องดูแล

คณะเสียงอิสาน

คณะเสียงอิสาน เป็นวงดนตรีหมอลำของไทย รับงานแสดงแบบสัญจร ต่อมาได้เข้าร่วมกับสังกัดท็อปไลน์ ไดมอนด์ ของนายห้างทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ซึ่งในปี 2542-2549 เป็นปีทองของคณะเสียงอิสาน มีงานเพิ่มมากขึ้น มีคนในวงเยอะมากขึ้น รวมแล้วประมาณ 420 คน และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551-ปัจจุบัน คณะเสียงอิสานได้ทำการเปลี่ยนรูปแบบเวทีให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยได้นำรถหกล้อมาดัดแปลงโดยกางปีกออก และจัดเวทีด้วยระบบไฮดรอลิกส์และมีแดนเซอร์ชาย เพิ่มแสงสีเสียง ลงทุนร้อยกว่าล้าน และการแสดงปรับเปลี่ยนทุกคืนไม่ซ้ำ ส่วนลำเรื่องต่อกลอนจะเป็นยุคใหม่เพื่อให้ทันสมัยมากขึ้นโดยชุดที่ใช้ในการแสดงจะเป็นชุดผ้าไหมอีสาน

เสียงที่เบา จนแทบจะไม่มีใครได้ยิน ของ เสียงอิสาน

คณะเสียงอิสาน ในวิกฤติเศรษกิจปี 61

นกน้อย อุไรพร เป็นหัวหน้าวง ที่คอยดูแลสมาชิกคนอื่นๆในวงด้วย ” พลังนี้ขึ้นอยู่กับพลังสามัคคีของลูกๆ หลานๆ บ้านตอง 5 กับตอนนี้ พ.ศ. นี้ ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรของเรา ซึ่งได้แสดงน้ำจิตน้ำใจ ได้แสดงความรักความกตัญญูต่อผืนแผ่นดินบ้านตอง 5 กับคำว่าสู้ปัญหาสู้วิบาก ทุกคนไม่ทิ้งกัน ทุกคนไม่ทิ้งแม่นก ไม่ทิ้งพ่อหลอด ไม่ทิ้งเสียงอิสาน ยังคงแสดงความกตัญญูต่อผืนแผ่นดินบ้านตอง 5 ซึ่งเป็นความประทับใจ ความซึ้งใจของแม่นกน้อย อุไรพร ให้มีพลัง แม้ท้อถอย ท้อแต่ถอยก็ถอยไม่ได้ อย่างนั้นจึงจะขอมาพูดให้ลูกให้เต้าได้รับรู้รับทราบ ” นกน้อย อุไรพร หรือ นางอุไร สีหะวงศ์ นักร้องหมอลำชื่อดัง ในวัย 62 ปี หัวหน้าวง กล่าวเปิดวงเสียงอิสาน ปีที่ 43 ด้วยน้ำตา

เมื่อก่อนวงเสียงอิสานได้รับความนิยมอย่างมาก คนดูในแต่ละรอบเป็นหมื่นคน แต่ในยุคที่เศรษฐกิจระดับฐานรากซบเซา การจ้างวงขนาดใหญ่ไปแสดงในที่ต่างๆ ก็น้อยลง เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง หรือเลือกจ้างวงขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่ราคาถูกกว่า และถ้าปิดวิกเก็บตั๋วเอง คนดูในแต่ละรอบก็ลดลงจนเหลือน้อยที่สุดประมาณ 2,000 คนต่อรอบ ขณะที่เธอต้องรับผิดชอบดูแลชีวิตคนในวงกว่า 400 ชีวิต ประกอบกับกระแสข่าวการฟ้องร้องเรื่องโฉนดที่ดินก็เข้ามาบั่นทอนกำลังใจของเธอ และความเชื่อมั่นของวงต่อสายตาเจ้าภาพ

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนของโลกยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย ที่เผยแพร่ภาพคนตีกันในวงหมอลำ จนทำให้คนเฒ่าคนแก่ไม่กล้ามาดู แต่เลือกที่จะนอนดูเฟซบุ๊กไลฟ์อยู่ที่บ้าน หรือยอดขายซีดีการแสดงที่ลดลงจนแทบเหลือไม่ถึงร้อยแผ่นต่อปี ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี

นกน้อย ยอมรับว่า สิ่งที่วงเสียงอิสานทำอยู่นี้คือการกระทำที่สวนทางเศรษฐกิจ บางเดือนถึงกับขาดทุน ต้องควักเงินส่วนตัวออกมาดูแลวง จนหลายครั้งมีคนแนะนำให้เธอยุบวง แต่เธอก็ยังยืนหยัดที่จะเปิดวงทำการแสดงด้วยความยิ่งใหญ่อลังการตามมาตรฐานเสียงอิสาน เพื่อสร้างตำนานของศิลปะหมอลำ และไม่ทำลายความคาดหวังของคนดู

อย่างไรก็ตาม วงเสียงอิสานก็สามารถปรับลดขนาดของวงตามจำนวนงบประมาณของเจ้าภาพ เช่น วงลูกนก หรือ เสียงอีสานมินิ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงสมาชิกในวง เพราะเธอต้องการสืบทอดศิลปะนี้ให้คงอยู่ต่อไป และหวังว่าวันหนึ่งที่เธอจากไปแล้ว ลูกหลานก็จะเป็นคนสานต่อ และเธอยังมีแผนที่จะเปิดบ้านเลขที่ 555 ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์หมอลำอีสาน โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ซึ่งคาดว่าภายใน 2 ปีน่าจะแล้วเสร็จ

ส่วนกรณีที่ถูกแจ้งความเอาผิดเกี่ยวกับการยืมโฉนดที่ดิน แม่นกน้อยขอให้เป็นเรื่องของทนายความดำเนินการต่อสู้ไปตามกระบวนกฏหมาย “เรื่องบางเรื่องก็ไม่สมควรออกสื่อ เรื่องบางเรื่องพูดแล้วทำให้คนอื่นตาย ตายหมู่ ก็ไม่ควรพูด เรื่องราวที่เป็นข่าวดราม่าไม่ได้ส่งผลต่อการทำงาน ลูกหลานในวงกำลังใจดี หลังเห็นแม่นกเจอปัญหา ทำให้เกิดคำถามเกิดขึ้นมาในสังคมมากมาย เจ้าภาพงานก็ถามว่าจริงไหมยังไปแสดงได้ไหม เราก็อธิบายให้เขาฟังและยืนยันว่ายังไปแสดงคอนเสิร์ตได้ตามเดิม ถ้าถามว่างานลดลงเพราะเรื่องราวดราม่าหรือไม่ ตอบว่าไม่ใช่ ลดลงเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี แต่เราก็เน้นงานโชว์อลังการเหมือนเดิม” นกน้อยกล่าว

ด้านนายเลื่อน วิเศษเพ็ง หรือ ‘พ่อใหญ่ชาลี ฮอลิเดย์’ ตลกชื่อดัง ในวัย 68 ปี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สมาชิกดาวรุ่งหลายคนที่มีแฟนคลับ ก็ลาออกจากวง เช่น ปอยฝ้าย มาลัยพร, ไหมไทย หัวใจศิลป์, ลูกแพร อุไรพร, นิกรน้อย เสียงอีสาน, และยายแหลมทอง ฟ้าสะอื้น เป็นต้น หรือ ดาวตลกเรียกแขกที่เสียชีวิต อย่าง พ่อใหญ่ยงค์ หรือ คนที่อายุมากเจ็บปวดจนต้องพักงาน เช่น ยายจื้น ก็ส่งผลกระทบทำให้คนดูลดลงจำนวนมาก การรับส่งมุกกับคนรุ่นใหม่ก็ยังไม่ลื่นไหลเท่าที่เคย แต่คนรุ่นใหม่ก็มีความสามารถที่จะพัฒนาฝีมือต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวแม่นกน้อย และพ่อใหญ่หลอด ที่ทำให้ตนเป็นที่รู้จักของแฟนหมอลำ และตั้งใจจะอยู่กับเสียงอีสานจนกว่าถูกไล่ออก เพราะเสียงอีสาน และแฟนหมอลำคือความสุข และชีวิตจิตใจของตน

แป้ง ณัฐธิดาพร ขันคำ นักร้องและนางเอกหมอลำ อายุ 24 ปี หลานสาวของนกน้อย อุไรพร กล่าวว่า ทุกครั้งที่เธอร้องเพลง ‘สาวกนกปีกเหล็ก’ เพลงประจำวงในปี 2561-2562 จะรู้สึกตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะก่อนเปิดวง สมาชิกที่ปักกล้าดำนาเสร็จก็จะมาร่วมซ้อมการแสดงกันตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึง 7 โมงเช้าทุกวันตามเวลาการแสดงจริง และแน่นกน้อยก็จะคอยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน ทั้งสมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ และสมาชิกที่เคยออกไป แล้วกลับเข้ามาในวง เหมือนกับเพลงที่ร้องว่า ‘แม่นกน้อยเหมือนศาลาริมทาง’ แม้ทุกวันนี้วงเสียงอิสาน และแม่นกน้อย ต้องเจอกับวิกฤติหลายอย่าง แต่ตนและสมาชิกในวงจะเป็นกำลังใจและยืนเคียงข้างหัวหน้าวงเสมอ

“เมื่อก่อน เข้ามาในวงแรกๆ อายุ 10 ขวบ แม่ใหญ่ก็ให้ไปเสียบขนนกตามพร็อปก่อน แล้วก็ให้ไปเป็นหางเครื่อง เพราะแม่ใหญ่บอกว่า ถ้าเราจะเป็นหมอลำ เราต้องมีพื้นฐานในการเต้นเสียก่อน ต้องมีพื้นฐานในการเป็นหางเครื่อง แม่ใหญ่สอนว่าเราจะทำได้ทุกอย่าง” วงเสียงอิสานพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การมีวงขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อให้รับงานจ้างได้ตามงบประมาณของเจ้าภาพ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีรถไฮโดรลิกมาใช้ทำเวที เพื่อลดงบประมาณ ระยะเวลา และบุคลากรที่ใช้เก็บและตั้งเวที ทำให้รับงานได้มากขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของวงหมอลำ คือการกำหนดสมาชิกในวงที่ชัดเจนไม่ได้ แล้วแต่ความสะดวกของสมาชิกแต่ละคนว่าคิวไหนสะดวก หรือคิวไหนติดงานที่บ้าน ซึ่งหัวหน้าวงก็ต้องวางแผน และจัดบล็อกกิ้งสำรองไว้ 3-4 แบบ

เสียงที่เบา จนแทบจะไม่มีใครได้ยิน ของ เสียงอิสาน

เธอในฐานะทายาทเสียงอิสานรุ่นต่อไป ยืนยันว่าจะสืบทอดความยิ่งใหญ่ และรักษามรดกของหมอลำเสียงอีสานไว้ต่อไป แม้วันข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก แต่ตนไม่กลัวและเชื่อว่าจะสามารถปรับตัวและก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไปได้

คณะเสียงอิสาน ในวิกฤติโควิด-19

หลังจากมีประกาศงดการบันเทิง ปิดสถานบันเทิง เพื่อป้องกันการกระจายไวรัส COVID-19 (โควิด-ไนน์ทีน) งดการรวมตัว ชุมนุนกันมากกว่า 50 คน ในมุมของงานคอนเสิร์ตได้รับผลกระทบแน่นอน ตอนนี้งานคอนเสิร์ตศิลปินไทย ศิลปินทั่วโลก ก็เลื่อน ยกเลิก กันหมด รวมถึงคณะหมอลำ คณะลิเก ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ล่าสุด แมนกน้อย อุไรพร คณะเสียงอีสาน ได้ออกมาไลฟ์ แถลงการณ์วิกฤตหมอลำทีเกิดขึ้นในตอนนี้ ในหนึ่งชั่วโมง มีคนเข้ามาดูเกือบแสน ขอกำลังใจให้แม่นกน้อยด้วย และเล่าว่าตอนนี้ วันนี้ไม่มีปาฏิหาริย์ คณะหมอลำทุกที่กระทบหมด ไม่ว่าจะเป็น เจ้าภาพยกเลิกงาน นักร้องหมอลำจะขอย้ายคณะไปที่อื่น และ จะมาขอสมัครเข้าเสียงอีสาน ขอกำลังใจให้แม่นกน้อยด้วย

“ตอนนี้แม่นกน้อย แจ้งข่าวให้แฟนหมอลำของเสียงอีสาน แฟน ๆ ของแม่นกน้อย ได้เข้าใจ วันนี้ไม่มีปาฎิหารย์ ไม่ได้บอกว่าชีวิตแม่นกน้อยคนเดียว รวมกันตายหมู่ ครอบครัวเสียงอีสานตอนนี้ ไปไม่ถูกทางเลย ตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ ข่าวสารที่ได้รับ ข้อสรุปจากการประชุม ครม. วันนี้น่าจะสรุปชัดเจน สำหรับชีวิตหมอลำ นั่งเคลียร์งานเจ้าภาพยกเลิก มีคำสั่งไม่ให้จัดงาน ไม่ให้มีมหรสพ ช่วงนี้ปิดเทอม น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ที่เคยมาทำงานที่วง หรือคนตกงาน ปกติแม่นกจะเปิดรับไม่จำกัด ตอนนี้รับสายร้อนเลย ยกเลิกงาน เลื่อนไม่มีกำหนด และรับสายจนหูร้อนเช่นกัน กับผู้ตกงานโทรมาสมัครงาน ขออยู่กับยายนกน้อย และจากสมาชิกหมอลำคณะอื่นด้วย ว่าวงหนูถูกยกเลิกงาน หนูขอสมัครวงเสียงอีสานด้วย หนูจะอดตาย ผมไม่มีจะกิน บ่มีค่างวดบ้าน”

“ส่วนครอบครัวเสียงอีสาน ก็ยังอยู่ด้วยกัน พักแรมที่มจร. ศรีสะเกศ นอนรองาน และอัปเดทข่าว ยังไม่ได้กลับบ้านพักที่อุดรธานี แล้วทุกคนคือโฟกัสมาที่แม่นก ทีมงานก็ซ้อมกันอยู่ แต่ก็อัปเดทเรื่อย ๆ คนโทรมายกเลิกเรื่อย ๆ เลย”

เสียงที่เบา จนแทบจะไม่มีใครได้ยิน ของ เสียงอิสาน

แม่นกน้อย อุไรพร แถลง สถานการณ์ของคณะหมอลำ

“อยากบอกลูก ๆ ว่าจะไปอยู่คณะอื่น ไม่อยู่คณะเสียงอีสาน ในหัวอกของแม่ ในฐานะผู้นำ ผู้บริหาร คณะอื่นก็ไม่มีงาน เราไม่สร้างภาพ ผ่านขั้นตอนให้กำลังใจกันแล้ว เพราะตอนนี้ งานตอนมีนาคม สงกรานต์ เดือนเมษายน เจ้าภาพเริ่มโทรมาแล้วว่ายกเลิก เงินมัดจำจะทำยังไง ถ้าเลื่อนไป ค่าหมอลำ ค่าวง จะปรับเพิ่มมั้ย เพราะแม่นกเสียหาย แม่นกบอกเลย เสียหายมาก เจ้าภาพผู้จัดงานก็เสียหายมาก ก็ต้องยอมรับวิกฤตโรคโควิด-19 ตอนนี้คำตอบคือ กลับอุดรฯ ทิศทางแต่ละคนยังไม่รู้เลย ยังไม่มีค่าน้ำมันกลับอุดรเลย พูดแบบไม่อาย เงินในกระเป๋า ซื้อนี่ ซ่อมโน่น ลมหายใจของคณะเสียงอีสาน คือผู้หญิงคนนี้ แต่ตอนนี้คือไม่มีที่ยืนเลย ทุกคนมองแม่ตาแป๋ว อยากบอกลูก ๆ ในเสียงอีสาน ตอนนี้เราตายหมู่นะ ใครที่บอกว่าจะไปอยู่คณะอื่น ก็แล้วแต่นะ ถ้าวงอื่นมีงาน มองภาพรวมนะ ตอนนี้เรามีการเซ็นร่วมกันว่าจะไปทิศทางไหน หมอลำคณะอื่นก็ตกงาน แม่คือประธานหมอลำภาคอีสาน แม่รู้หมด แม่รู้ก่อ ความแรงของไวรัส COVID-19 จะรุนแรงไปถึงเดือนไหน ตอนนี้ไม่ได้คัดค้าน แต่หาวิธีสู้ต่อ ถ่ายทอดความรู้สึกให้หัวหน้าหมอลำเข้าใจกัน”

ด้านนักร้องลูกทุ่งหมอลำสาว “ฐา ขนิษ” (เบล ขนิษฐา) ก็ได้โพสต์ให้กำลังใจกับ แม่นกน้อย อุไรพร ด้วยเช่นกันว่า “🧡รู้ว่าแม่ใหญ่ต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง ภาวนาให้แม่ใหญ่และพี่น้องครัวเสียงอิสานผ่านช่วงเวลาที่บีบหัวใจนี้ไป ส่งกำลังใจที่เป็นตัวหนังสือให้แม่ใหญ่และบ้านตอง555ครัวเสียงอิสาน ได้มาอ่าน หอบเอากำลังใจจากทุกคนเพื่อสู้ต่อเด้อ #ฮักสุดหัวใจ 🙏🧡 #ผู้หญิงที่อุ้มชีวิตคนเป็นร้อย #แม่คนเดียวเลี้ยงดูลูกตั้งหลายคน”

เสียงที่เบา จนแทบจะไม่มีใครได้ยิน ของ เสียงอิสาน

อย่างไรก็ตามด้วยภาระที่ต้องดูแล แม่นกน้อย ก็ยังคงจำเป็นต้องหารายได้จากทางอื่นๆ เพื่อมาดูแลส่วนนี้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันก็จะเน้นไปที่การไลฟ์สด ขายของในเพจของคณะ นั่นเอง ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง แต่อาจจะไม่ได้เท่าเดิม เหมือนกับแต่ก่อน ยังไงก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า สถานการณืจะดีขึ้นจนกลับมาเป็นปกติเมื่อไร และสามารถกลับมาทำการแสดงได้อีกครั้งค่ะ

สถานที่ญี่ปุ่นสุดสยองระดับตำนาน เรื่องตำนานสยองต้องยกให้ประเทศนี้เลยประเทศญี่ปุ่นที่มีทั้งเรื่องเล่าและตำนานมากมายที่สร้างความสยองและสร้างความน่ากลัวให้กับคนที่เข้าไปท้าทายหรือพบเจอกับบทความที่เราจะนำเสนอ สถานที่ญี่ปุ่นสุดสยองระดับตำนาน ไปขนลุกไปพร้อมๆกัน

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม : หญิงลี ศรีจุมพล ผู้สร้างตำนานเพลงขอใจแลกเบอร์โทร