30 พฤศจิกายน 2020

Morlamfestival

ศูนย์รวมหมอลำที่ใหญ่ที่สุด ครบ จบ ในเว็บเดียว

แนะนำเพลงหมอลำระดับตำนาน

แนะนำเพลงหมอลำระดับตำนาน

เพลงหมอลำ เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กับชนชั้นแรงงานจากอีสานมาอย่างช้านาน บทเพลงเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นโดยถ่ายทอดชีวิต ความเป็นอยู่ ออกมาได้งดงามและรวดร้าว ด้วยท่วงทำนองที่สนุกสนานโจ๊ะๆ ทำให้หมอลำเป็นป๊อบคัลเจอร์ของสาวโรงงาน คนก่อสร้าง มอไซค์วิน จนเกิดศิลปินที่ถ่ายทอดเพลงที่เป็นตัวแทนของคนเหล่านี้ออกมาหลายคน เช่น ต่าย อรทัย ไมค์ ภิรมย์พร ไผ่ พงศธร เป็นต้น

วันนี้เราได้จัดลิสต์ เพลงหมอลำ ระดับท็อบชาร์ตบนบิลบอร์ดอีสาน แต่ถ้าเป็นหมอลำยุคใหม่มันคงจะธรรมดาเกินไป เราคัดมาแต่ตัวท็อปเท่านั้น อาจตกหล่นศิลปินบางท่านไปบ้างเพราะไม่ได้ตามตลอด จะมีคนที่ตรงใจกันแค่ไหน ลองเข้าไปดูได้เลย

เทพพร เพชรอุดม

คิดฮอดอายแนเด้อ
เทพพร เพชรอุดม

ตำนานผู้ล่วงลับที่แต่งเพลง สาวเลยยังรอ เพลงดังที่ถูกเอามาคัฟเวอร์ใหม่โดยสาวแย้ บทเพลงของเทพพรจะมีซิกเนเจอร์ที่พูดถึงความคิดถึงเปรียบเทียบกับธรรมชาติ เช่น ลม ดวงดาว ส่วนเพลงนี้เป็นบทเพลงแทนใจชายหนุ่มคนหนึ่งก่อนลาจากสาวอันเป็นที่รัก ด้วยถ้อยคำที่งดงาม โดยบอกให้สาวเจ้ามองดวงจันทร์ และเขาจะมองดวงจันทร์ด้วย เป็นการเชื่อมใจถึงกัน

เทพพร เพชรอุบล คีตกวีเพลงลูกทุ่งอีสาน (29 กันยายน พ.ศ. 2490 – 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556) มีชื่อจริงว่า เทพพร บุญสุข เป็นนักร้องและนักประพันธ์เพลงลูกทุ่งอีสาน เทพพรประพันธ์เพลงให้แก่นักร้องลูกทุ่งมากมายส่งผลให้ศิลปินนักร้องเหล่านั้นมีชื่อเสียง และเป็นเจ้าของบทเพลงชื่อดังอย่าง “ อีสานบ้านของเฮา “

เพลง”คิดฮออดอ้ายแหน่เด้อ” และ “อีสานบ้านของเฮา” ทำให้เทพพรโด่งดังและมีแฟนเพลงคับคั่งที่รอดูการแสดงของเทพพรเมื่อเดินสายการแสดงดนตรี ทำให้เทพพรมีงานแสดงต่อเนื่อง และจากการทำงานอย่างหนักเป็นผลให้ปลายปี พ.ศ. 2540 เขาล้มป่วยเนื่องจากเส้นเลือดในสมองอุดตัน เป็นผลให้ไม่สามารถพูดหรือเคลื่อนไหวและช่วยตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งจากครอบครัว ทำให้เขาหายจากโรค และกลับมาสร้างสรรค์ผลงานเพลงได้อีกครั้ง โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการประพันธ์เพลงด้วยตนเอง

และในปลายปี พ.ศ. 2555 เทพพรเข้าโรงพยาบาลเป็นเวลา 12 วัน เพื่อทำการรักษาและวินิจฉัยโรคมะเร็งตับของเขา ท่ามกลางความห่วงใยจากลูกศิษย์ แฟนเพลง ศิลปินนักร้อง และครอบครัว ทำให้เทพพรกลับมารักษาตัวที่บ้านและต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายได้นับปี

เทพพร เพชรอุบล เสียชีวิตเนื่องจากโรคมะเร็งตับ ในวันที่22 ตุลาคม พ.ศ. 2556 อย่างสงบที่บ้านพักในจังหวัดขอนแก่น และจัดพิธีพระราชเพลิงศพ ในวันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ณ วัดสว่างสุทธาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ฮันนี่ ศรีอีสาน

น้ำตาหล่นบนที่นอน
ฮันนี่ ศรีอีสาน

ต้นแบบเพลงที่เอาน้ำตามาเป็นกิมมิคในเพลง ฮันนี่ ศรีอีสาน นักร้องผู้จากไปก่อนวัยอันควรจากอุบัติเหตุ เพลงน้ำตาหล่นบนที่นอน เป็นเพลงแจ้งเกิดของฮันนี่ สไตล์การร้องที่แพรวพราวโดดเด่นในยุคนั้น ด้วยการร้องเสียงสูงขึ้นไปสุดคีย์โน้ต กลายเป็นต้นแบบให้นักร้องยุคหลัง เพลงนี้ยังมีกลิ่นอายของเครื่องดนตรีไทยผสมอยู่ด้วย เนื้อเพลงเล่าถึงความเศร้าของหญิงสาวที่แฟนนอกใจ จนน้ำตาเปียกหมอน

ฮันนี่ ศรีอีสาน มีชื่อจริงคือ สุพิณ เหมวิจิตร เป็นลูกสาวคนสุดท้องของพี่น้อง 14 คน ของนายคำทา และนางมี เหมวิจิตร เกิดที่บ้านเมย ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ จบแค่ชั้น ป.6 เมื่อปี พ.ศ. 2526 จากโรงเรียนโคกเมยประชาพัฒนา ด้วยใจรักในชีวิตศิลปิน ปี พ.ศ. 2529 ขณะอายุ 15 ปี ก็ได้เข้าสู่วงการหมอลำ เป็นนางเอกหมอลำยอดนิยมอยู่หลายคณะ เช่น ดอกฟ้ามหากาฬ เลิศฟ้าพรสวรรค์ ฯลฯ

เธอเริ่มบันทึกเทปเมื่อปี พ.ศ. 2534 ในอัลบั้มชุด น้ำตาหล่นบนที่นอน โดยการชักชวนของดาว บ้านดอน และในขณะนั้นเพลง เสือ ของฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติ กำลังโด่งดังเธอจึงใช้ชื่อในการแสดงว่า “ฮันนี่ ศรีอีสาน” (ซึ่งฮันนี่เป็นหมอลำคนแรกและคนเดียวที่สวมชุดว่ายน้ำขึ้นปก “มาลัยไทยรัฐ”) ช่วงนั้นนักร้องหมอลำนิยมตั้งชื่อตามอย่างดารา หรือนักร้องสตริงดัง ๆ อาทิ อำพล ภูไท มาช่า ฟ้าอิสาน ฯลฯ

25 มกราคม พ.ศ. 2534 เธอได้พบกับบริษัท เยนาวี่ โปรโมชั่น และบันทึกเสียงชุดแรกชื่อ “น้ำตาหล่นบนที่นอน” ด้วยเสียง ที่เป็นเอกลักษณ์ และแนวการลำที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เธอประสบความสำเร็จอย่างมาก ต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2534 ก็มีผลงานชุด “วอนพี่มีรักเดียว” ตามมาอีก ผลงานทั้งสองชุดได้รับการต้อนรับอย่างดีจากแฟนเพลงทั่วประเทศ ฮันนี่ ศรีอีสาน จึงได้เปิดวงของตนเองตามคำเรียกร้องของแฟนเพลง จวบจนถึงบั้นปลายของชีวิต ซึ่งเธออยู่ในวงการเพลงระดับชาติแค่ 1 ปีเท่านั้น หลังการเสียชีวิต ทางต้นสังกัดได้จัดทำเทปชุด “บันทึกการแสดงสดด้านหน้าเวทีของฮันนี่ ศรีอีสาน” ออกมาอีก 1 ชุด

พรศักดิ์ ส่องแสง

เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ
พรศักดิ์ ส่องแสง

ไอ้หนุ่มแขนซ้ายลายมังกร ฝรั่งมีคิงออฟป๊อบ อีสานก็มีราชาลูกทุ่งหมอลำ บทเพลงดังแห่งยุค 90 พรศักดิ์ดังขนาดฟีทเจอริ่งกับป๋าเบิร์ดธงไชย บทบันทึกของการผงาดของเพลงหมอลำระดับประเทศ เพลงของพรศักดิ์ ส่องแสง โดดเด่นด้วยเนื้อหาตัดพ้อชีวิตผู้ชายที่ไม่อาจสมหวังในรักได้ เพลงเต้ยสาวจันทร์นี้ก็เสียดสีหญิงเคยเป็นที่รักได้เจ็บแสบ ส่วนแฟนเพลงยุคหลังๆ ยังต้องอึ้งกับเพลง รักกับป๋าพาไปยันฮี ที่แต่งคำร้องได้โหดสัสจริงๆ

พรศักดิ์ ส่องแสง เกิดที่บ้านโนนสมบูรณ์ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 6 คน ของนายเฮา และนางแว่น ประจันตะเสน [4] พรศักดิ์ ส่องแสงมีภูมิลำเนาที่บ้านหนองหญ้าลังกา ตำบลปะโค อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวัยเด็กจบการศึกษาชั้น ป. 4 แล้วช่วยพ่อแม่ทำนาที่ บ้านหนองหญ้าลังกา ตำบลปะโค อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี แล้วเข้ารับราชการทหาร จากนั้นตั้งวงดนตรีชื่อ “แชมป์อีสาน” บันทึกเทปชุดแรกเมื่อ พ.ศ. 2524 ชื่อชุด “เสือสำนึกบาป”

ชื่อ พรศักดิ์ ส่องแสง ตั้งให้โดยครูเพลง รักษ์ วัฒนยา หรือ ครูคำหอม พ่อฮ้างน้อย ผู้สนับสนุนให้ตั้งวงดนตรี พรศักดิ์ ส่องแสง มีผลงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 40 ชุด มีชื่อเสียงโด่งดังสูงสุดประมาณปี พ.ศ. 2529-2530 จากเพลง “เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ” ออกตระเวนแสดงทั่วประเทศ และออกไปแสดงถึงในต่างประเทศ เคยมีการจัดคอนเสิร์ตประชันกันระหว่าง พรศักดิ์ ส่องแสง กับ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ด้วยดนตรีสองแนวต่างสไตล์มาแล้ว โดยใช้คอนเสิร์ตชื่อว่า “คอนเสิร์ตสองคนสองคม” แสดงเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2530 ที่ สนามกีฬาเวโลโดรม หัวหมาก

เฉลิมพล มาลาคำ

เอิ้นสั่งน้อง
เฉลิมพล มาลาคำ

รุ่นเดียวกับพรศักดิ์ก็ต้องเฉลิมพล ถึงความจิกกัดอาจจะน้อยกว่า แต่ก็มี เพลงหมอลำ ดังสร้างชื่อไม่น้อย สไตล์ของเฉลิมพลจะมีกลิ่นอายความเป็นหมอลำกลอนที่จะมีการขึ้นต้นด้วยลำร้องมาก่อน เพลงเอิ้นสั่งน้อง คงเอกลักษณ์การร้องของเฉลิมพลด้วยการเอื้อนในแต่คำร้องอย่างหวนไห้ เนื้อหาเล่าถึงความห่วงหาผ่านท้องฟ้าถึงสาวอันเป็นที่รัก โดยจะกลับมาหาเมื่อได้เงินพอมาสู่ขอ

เฉลิมพล มาลาคำ (10 ตุลาคม พ.ศ. 2505 – ) เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงหมอลำที่มีชื่อเสียง เป็นคนบ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์โดยกำเนิด หัวหน้าวงดนตรี “เฉลิมพล มาลาคำ” วงอยู่ที่บ้านโคกสูง ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก (เดิมขึ้นกับอำเภอกาบเชิง) จังหวัดสุรินทร์

เฉลิมพลจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนอัมปีล ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เริ่มเข้าสู่วงการจากการประกวดร้องเพลงของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุรินทร์ เริ่มบันทึกเสียงเพลงแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 จากเพลง “สะอื้นอวยพร” เพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเพลง “ตามใจแม่เถิดน้อง” ซึ่งทำให้ดนตรีแนวลูกทุ่งหมอลำได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ต่อมาได้ย้ายครอบครัวไปลงหลักปักฐานใหม่ที่หมู่บ้านท่าเจริญ หมู่ที่ 11 ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เฉลิมพล ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อเตรียมสมัคร ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี แต่ต่อมาได้ขอถอนตัวเนื่องจากเหตุผลทางครอบครัว

ปัจจุบันเฉลิมพลได้เลิกทำวงดนตรี “เฉลิมพล มาลาคำ” แล้ว แต่ยังคงมีผลงานการบันทึกเสียงและรับงานแสดงอยู่เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ยังได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านท่าเจริญ หมู่ที่ 11 ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเลือกตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 และดำรงตำแหน่งดังกล่าวจนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ 6 ปี เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2563

ศิริพร อำไพพงษ์

โบว์รักสีดำ
ศิริพร อำไพพงษ์

แค่อินโทรขึ้นมาคนที่ได้ยินก็พร้อมจะออกเสต็ป เพลงที่ต้องเปิดทุกร้านคาราโอเกะ คัฟเวอร์มาไม่รู้กี่เวอร์ชั่น ต้นฉบับเป็นของเจ้าแม่แห่งวงการหมอลำ เอกลักษณ์เสียงแหบเสน่ห์ ศิริพร อำไพพงษ์ โบว์รักสีดำเป็นเพลงที่มีพาร์ทกลอนลำตามแบบฉบับดั้งเดิม กับเรื่องราวของหญิงสาวที่เคยได้โบว์ผูกผมจากชายหนุ่มเป็นของขวัญในงานวันออกพรรษา แต่มันกลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจที่กรีดแทงความรู้สึกในภายหลัง

ศิริพร อำไพพงษ์ มีชื่อจริงว่า ศิริมา อำเคน มีชื่อเล่นว่า นาง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2507 มารดาชื่อว่า นางออ อำเคน บิดาชื่อว่า นายกองมี อำไพพงษ์ แต่เลือกทำพิธีวันที่ 9 มิถุนายน เพื่อให้ชีวิตจะได้ก้าวหน้า เกิดที่บ้านดอนกลอย ตำบลดอนกลอย อำเภอหนองหาน (ปัจจุบันแยกมาเป็นอำเภอพิบูลย์รักษ์) จังหวัดอุดรธานี มีพี่น้องทั้งหมด 10 คน ศิริพรเป็นบุตรสาวคนที่ 7 ครอบครัวมีอาชีพทำนา และมีวงหมอลำด้วยโดยมีคุณพ่อเป็นหมอลำอยู่แล้ว และเป็นผู้สอนให้ศิริพรเป็นหมอลำ เมื่อปี พ.ศ. 2527 เธออยู่กับหมอลำคณะ สุเทพ ดาวดวงใหม่ และได้รู้จักกับ คุณนคร แดนสารคาม และคุณประยูร จันทร์สอน ได้พาไปออกทีวีช่อง 4 จ.ขอนแก่น และคุณดอย อินทนนท์ ได้เห็นแววจึงให้โอกาสอัดเสียงและได้รับการเปลี่ยนชื่อจาก ศิริมา อำเคน เป็น ศิริพร อำไพพงษ์

หลังจากศิริพร อำไพพงษ์ หมดสัญญากับค่าย พีจีเอ็ม เธอได้คิดจะหยุดร้องเพลง และกลับไปทำนาที่บ้านเกิด แต่ครูสลา คุณวุฒิ ได้ชวนให้มาอยู่ค่ายแกรมมี่โกลด์ เมื่อปี 2543 และเปลี่ยนแนวเพลงเป็นลูกทุ่งอีสาน ในตอนแรกบริษัท ได้ปล่อยเพลง หนีแม่มาแพ้รัก ไปตามสถานีวิทยุต่างๆ แต่ว่าเพลงที่มีกระแสอย่างรวดเร็ว กลับเป็นเพลง ปริญญาใจ ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนชื่อและปกอัลบั้มใหม่ เป็นอัลบั้ม ชุดที่ 1 ปริญญาใจ และเพลงนี้ก็ได้ส่งให้ชื่อศิริพร อำไพพงษ์ กลับมาเป็นที่รู้จักและโด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง หลังจากอัลบั้มปริญญาใจ เธอก็มีผลงานเพลงออกมาอีกหลายอัลบั้มอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน กับอัลบั้ม ชุดที่ 17 คนใช่ เกิดช้า

ครูสลา คุณวุฒิ ครูเพลงคู่บุญ เคยกล่าวถึงศิริพร ว่า “ศิริพร เป็นนักร้องครบเครื่อง เป็นนักร้องที่ร้องเพลงได้สื่อสาร ร้องเพลงเหมือนไม่ได้ร้องเพลง แต่เหมือนกำลังเล่าเรื่อง ทำให้คนเชื่อ”

ปัจจุบัน เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าศิริพร เธอเป็นนักร้องสายบุญ โดยเงินที่ได้รับจากแฟนเพลงหน้าเวที เธอจะนำมาทำบุญด้านต่างๆ และเธอมักจะจัดกิจกรรมงานบุญอยู่เสมอ ด้านชีวิตครอบครัว สมรส กับ สุชาติ สุขโมนมหาอุดม ผู้จัดการวงดนตรี

“น้องคนนั้น อยู่ไม่เป็นเอง” ธัญญ่าฟาดแรง สมฉายาเมียหลวงลวงสังหาร ฉายาเมียหลวงลวงสังหาร ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล ฟาดแรง นักศึกษาสาวสวยที่ไดเรกต์ข้อความมาหา น้องลียา ลูกสาวสุดหวง เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : ลิส 50 เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ประจำปี 2020