“หมอลำ” สัญลักษณ์วัฒนธรรมอีสาน ที่ยังมีลมหายใจ

ในยุคสมัยปัจจุบัน คนได้หันไปฟังเพลงสมัยใหม่กันมาก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า ความนิยมขของ “หมอลำ” สัญลักษณ์วัฒนธรรมอีสาน นั้นยังคงไม่จางหาไปจากสังคมไทยเลย

หมอลำ

“หมอลำ” สัญลักษณ์วัฒนธรรมอีสาน ในยุคแรกเริ่ม

เกิดจาก การชุมนุม ลูกหลาน มีผู้เฒ่าผู้แก่นั่งเล่านิทานเกี่ยวกับ จารีตประเพณีและศีลธรรมอันดี เมื่อลูกหลาน มาฟังกันมากนิยมนั่งเล่าไม่เหมาะสม ต้องยืนขึ้นเล่า เรื่องที่นำมาเล่าต้องเป็นเรื่องที่ มีในวรรณคดี เช่น เรื่องการเกด สินชัย เป็นต้น ผู้เล่าเพียงแต่เล่า ไม่ออกท่าทางก็ ไม่สนุกผู้เล่าจึงจำเป็นต้องยกไม้ยกมือแสดง

ท่าทางเป็นพระเอก นางเอก เป็นนักรบ เป็นต้น จากนั้นจึงพัฒนาไปสู่การขับลำที่ ต้องใช้สำ เนียงสั้นยาว ใช้เสียงสูงต่ำ ประกอบการเล่า และหาเครื่องดนตรีประกอบ เช่น ซุง ซอ ปี่ แคน เพื่อให้เกิดความสนุก ครื้นเครง ผู้แสดง มีเพียงแต่ผู้ชายดูไม่มี รสชาติเผ็ดมัน จึงจำเป็นต้องหาผู้หญิงมา แสดงประกอบจึงเป็นการลำแบบสมบูรณ์ เมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องต่างๆที่เล่า ก็ตามมา เช่น เรื่องเกี้ยวพาราสี เรื่องชิงดีชิง แฝงคติสอนใจ  นำเอาธรรมสอดแทรกในเนื้อเรื่อง

โบราณ นำมาแต่งเป็นบทกลอนให้มีความไพเราะ เพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจให้กับชุมชโดยแทรกตำนาน หรือคำสอนต่างๆ เข้าไป ในบทกลอน ของกลอนลำ     กลอนลำคล้ายกับกลอนแปด ร่ายยาว พัฒนาการของหมอลำ นั้นจากการมีหมอลำ ฝ่ายชายเพียงคนเดียว ค่อยๆ พัฒนาต่อมาจนมีหมอลำฝ่ายหญิง มีเครื่องดนตรี ประกอบจังหวะ เพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งเพิ่มผู้แสดงให้มี เท่ากับตัวละครที่มีในเรื่อง มีพระเอก มี นางเอก ตัวโกง ตัวตลก เสนา ครบถ้วน โดยเริ่มจากหมอลำโบราณซึ่งเป็นการเล่า นิทานของผู้เฒ่าผู้แก่ให้ลูกหลานฟัง ไม่มีท่าทางและดนตรีประกอบ จากนั้นจึง พัฒนาการมาเป็นหมอลำกลอนหรือหมอลำ คู่ การลำ มีหมอลำ ชายหญิงสองคน สลับกัน มีเครื่องดนตรีประกอบคือแคน

การแสดงพื้นเมืองของภาคอีสานนี้ ยังมีการ วิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยม มาก ทุกยุคทุกสมัย เริ่มจาก การลำพื้นเมือง ซึ่งได้แก่การนำเนื้อหาของนิทานพื้นบ้าน เช่นการะเกด สินไช นางแตงอ่อน ลำโดยใช้หมอลำ 1 คน และหมอแคน 1 คน ผู้ลำสมมติคนเป็นตัวละครทุกตัว ในเรื่องและลำตลอดคืน การลำพื้นเป็นต้นกำเนิดของการลำทุกประเภท

ต่อมาลำพื้น ได้วิวัฒนาการมาเป็นการลำคู่ ซึ่งได้แก่ การลำ 2 คน ชายกับชาย หรือ ชายกับหญิง จนประมาณปี พ.ศ.2494 การลำระหว่างชายกับชายจึงเลิกไป เหลือระหว่างการลำชายกับหญิงมาจนถึงปัจจุบัน หมอลำคู่ที่มีชื่อเสียงรุ่นแรกๆ ได้แก่ หมอลำคูณ (ชาย) และหมอลำจอมศรี (หญิง) ชาวอุบลราชธานีนอกจากนี้ยังมีหมอลำทองมาก จันทะลือ (หมอลำถูทาชาย) หมอเคน ดาหลา (ชาย) เป็นต้น

การลำได้วิวัฒนาการต่อมาอีก จากการลำ 2 – 3 คน กลายมาเป็นการลำหลายๆคน เรียกว่า “หมอลำหมู่” ซึ่งมีประมาณ 10 กว่าคน เป็นการลำตามเรื่องราวอาจใช้นิทานพื้นบ้านหรือชาดกเป็นเนื้อเรื่อง ลีลาการลำมีหลายแบบ อาทิ ลำเรื่องต่อกลอน ลำเพลิน เป็นต้น คณะหมอลำหมู่ชื่อเสียง ได้แก่รังสิมันต์ ซึ่งเป็นคณะหมอลำของชาวจังหวัดอุบลราชธานี มีชื่อเสียงมากระหว่างปี พ.ศ. 2506 – 2510

ประเภทหมอลำ

ลำซิ่ง

ลำซิ่ง

ลำซิ่ง เป็นการลำที่พัฒนาไปจากหมอลำกลอน ดังนั้นจึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลำกลอนซิ่ง เป็นการลำกลอนในแนวใหม่ซึ่งมีรูปแบบ การแสดงที่ประกอบด้วย การลำ การร้อง การฟ้อน และการเต้น


คำว่า “ซิ่ง” น่าจะมาจากภาษาอังกฤษว่า “เรสซิ่ง” (racing) ซึ่งแปลว่าการแข่งขัน ลำซิ่งจึงเป็นการลำที่ใช้ลีลา จังหวะ ในการลำ การเต้น ที่รวดเร็ว ใช้ทำนองลำเดิน (ลำย่าว) ซึ่งเป็นทำนองทางสั้นวาดขอนแก่น เป็นทำนองหลัก แต่ใช้สำเนียงแบบลำทางยาวลำซิ่ง เป็นท่วงทำนองในการลำที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเดิมทีเดียวเกิดขึ้นในลำเพลินก่อน เนื่องจากมีการนำดนตรีสากล พวกกลองชุดเข้ามาบรรเลงประกอบการแสดง พร้อมทั้งใช้ทำนองลำเพลิน ลำเดิน ลำเต้ย และเพลงลูกทุ่งประกอบ

ลำคู่หรือลำกลอน

ลำคู่หรือลำกลอน

ลำคู่หรือลำกลอน คำว่าลำกรเกิดขึ้นโดยผู้ที่มีนิสัยไม่เรียบร้อยเป็นคนไม่อยู่กับที่ การลำมีมาตั้งแต่เมืองฟ้าเมืองสรรค์หรือมีมาตั้งแต่คนเก่าคนแก่แต่เดิมโบราณ ซึ่งมองขึ้นไปบนฟ้าก็นึกอยากจะลำแต่ยังไม่เรียกว่าหมอลำ ซึ่งนึกอยากจะลำก็ลำไปเลยเพราะในสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องดนตรีให้จังหวะ ต่อมาก็มีหมอลำเกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งก็เกิดขึ้นมาจากท่านพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งตอนนั้นเป็นปีประมาณ พ.ศ. 1841 หรือ 1822 ได้มีการจัดงานฉลองเมืองพะเยา ท่านพ่อขุนรามคำแหงอยากให้มีการแสดงมาฉลองในงานนี้ ท่านจึงใช้ให้ขุนอาดหัตถี่ไปหาหมอลำมาฉลองในงานนี้ แต่ขุนอาดหัตถี่ก็หามาไม่ได้ ขุนอาดได้ไปพบเห็นชาวพม่าเขาลำกันแต่ฟังภาษาไม่รู้ไม่ออกว่าภาษาอะไร

ขุนอาดหัตถี่ได้จำทำนองเองและนำทำนองการลำเอามาลำในงานฉลองเมืองในครั้งนั้น ทำนองลำมีอยู่ว่า (เมืองเมอะตั้งแต่ก่อนอยู่เกาะหน่าวได้เดินข้ามภูพานภูเขาปะเตอะ หายหลุดจากป่าฟ้าฟาดลงสามหนเห็นฟ้า เห็นฟ้าแลบชอบกลเกิดอสุนิบาน) เพื่อนฝูงที่มาร่วมกินเลี้ยงในงานฉลองเมืองพะเยา ต่างชอบใจสนุกสนานขุนอาดหัตถี่ที่แสดงในการลำครั้งนี้ ท่านพ่อขุนรามคำแหงได้ให้ขุนอาดหัตถี่ฝึกฝนและถ่ายทอดไว้ให้เป็นมรดกให้แก่ลูกหลานสืบทอดต่อไป จะได้มีหมอลำมาแสดงในงานสำคัญและพิธีสำคัญต่าง ๆ ต่อไป ต่อมาก็มีคนออกความคิดปัญญาแต่งเป็นกลอนลำขึ้นและใส่ท่าทางประกอบพร้อมเครื่องให้จังหวะ คือแคนที่ช่วยให้กลอนลำไพเราะขึ้น

ลำหมู่ ลำเรื่องต่อกลอน

ลำหมู่ ลำเรื่องต่อกลอน

เป็นการลำที่มีผู้แสดงครบ หรือเกือบจะครบตามจำนวนตัวละครในเรื่องที่ดำเนินการแสดง มีอุปกรณ์ประกอบทั้งฉาก เสื้อผ้าสมจริงสมจังและยังมี.เครื่องดนตรีประกอบ

แต่เดิมทีมีหลัก ๆคือ พิณ (ซุง หรือ ซึง) แคน กลอง การลำจะมี 2 แนวทาง คือ ลำเวียง จะเป็นการลำแบบลำกลอนหมอลำแสดงเป็นตัวละครตามบทบาทในเรื่อง การดำเนินเรื่อง ค่อนข้างช้า แต่ก็ได้ อรรถรสของละครพื้นบ้าน หมอลำได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเองในการลำ ทั้งทางด้านเสียงร้อง ปฏิภาณไหวพริบ และความจำ เป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ

ต่อมาเมื่อดนตรีลูกทุ่งมีอิทธิพลมากขึ้นจึงเกิดวิวัฒนาการของ ลำหมู่อีกครั้งหนึ่ง โดยได้ประยุกต์ กลายเป็น ลำเพลิน ซึ่งจะมีจังหวะที่เร้าใจชวนให้สนุกสนาน ก่อนการลำเรื่องในช่วงหัวค่ำจะมีการนำเอารูปแบบของ วงดนตรีลูกทุ่งมาใช้เรียกคนดู กล่าวคือ จะมีนักร้อง(หมอลำ) มาร้องเพลงลูกทุ่งหรือบางคณะหมอลำได้นำเพลงสตริง ที่กำลังฮิตในขณะนั้น มีหางเครื่องเต้นประกอบ นำเอาเครื่อง ดนตรีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด แซ็กโซโฟน ทรัมเปต และกลองชุด โดยนำมาผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีเดิมได้แก่ พิณ แคน ทำให้ได้รสชาติของดนตรีที่แปลกออกไป

ยุคนี้นับว่า หมอลำเฟื่องฟู มากที่สุดคณะหมอลำดัง ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบจังหวัดขอนแก่น มหาสารคามอุบลราชธานี หมอลำหมู่สามารถแบ่งตามทำนองของบทกลอนลำได้อีกซึ่งแต่ละทำนองจะออกเสียงสูงต่ำ ไม่เหมือนกัน ได้แก่ ทำนองขอนแก่น ทำนองกาฬสินธิ์ มหาสารคาม ทำนองอุบล เป็นต้น

ลำโบราณ

เป็นการเล่านิทานของผู้เฒ่าผู้แก่ให้ลูกหลานฟัง ไม่มีท่าทาง และดนตรี ประกอบ

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 วันนี้จะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่วงการหมอลำ ก็ยังคงต้องหยุดการแสดงทัวร์ ไปก่อนแบบไม่มีกำหนด ซึ่งกระทบต่อรายได้ของศิลปินหมอลำเหล่านี้มาก ที่ก่อนหน้านี้ คิวงานหมอลำนั้น จะมีการจัดการแสดงแทบจะทุกเดือนไม่ขาด ซึ่งนะั้นก็แสดงให้เห็นว่า ความนิยมของการแสดงหมอลำ สำหรับคนในุคปัจจุบันยังมีมากอยู่ เนื่องจากวงหมอลำ ได้มีการปรับประยุคให้เข้ากับความชื่นชอบของคนในสมัยนี้มากขึ้น

ถึงอย่างไร การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในตอนนี้ของหลายๆคณะ คือ การหันมาเอาดีด้านการขขายของแทน ไปก่อน ในระหว่างที่รอให้ไวรัสหมดไป เพื่อหารายได้สำหรับใช้จ่ายในชชีวิตประจำวัน และทำการแสดงไลฟ์สด ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้แฟนๆได้หายคิดถึง “หมอลำ” สัญลักษณ์วัฒนธรรมอีสาน ที่ไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทยเลยค่ะ

อ่านบความเพิ่มเติม : คาสิโนออนไลน์มีอะไรน่าเล่นบ้าง
อ่านบความเพิ่มเติม : คิวงานคณะหมอลำเพชรอีสาน